หูด ตาปลา

ตาปลา อีกหนึ่งอันตรายในช่วงฤดูฝน

ตาปลา คือชั้นผิวหนังที่เกิดการแข้งตัวเป็นตุ่มที่หนา ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นตาปลาจะเกิดขึ้นที่บริเวณด้านข้าง ด้านบนของเท้า และนิ้วเท้าหรือแม้กระทั่งข้อศอก ซึ่งถ้าพูดกันง่ายๆ ก็คือตาปลาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณของร่างกาย ตาปลาไม่ใช่โรคร้ายอะไรแต่ถ้าหากว่าใครโชคร้ายเป็นตาปลาจะทำให้เกิดความรำคาญและขาดความมั่นใจเพราะตาปลานั้นหน้าตาของมันไม่ได้เลวร้ายแต่ก็ไม่ได้น่ามอง

ตาปลา
าปลา

ตาปลาเกิดขึ้นได้อย่างไร

ตาปลานั้นเป็นโรคที่เกืดขึ้นจากการที่ผิวหนังนั้นมีการเสียดสีเป็นเวลานานๆ หรือถูกกดทับเป็นประจำเช่น การใส่รองเท้าที่รัดแน่นบ่อยๆ การลงน้ำหนักที่มือหรือเท้าอย่างไม่เหมาะสม ใช้มือทำงานมากเกินไป เช่น หิ้วของที่มีน้ำหนักมาก ๆ  หรือแม้กระทั่งร้อยพวงมาลัยเป็นเวลานานๆ ลักษณะของตาปลาจะมีลักษณะเป็นตุ่มหนาและนูนขึ้นมาคล้ายกับตาปลาที่เราเห็นมันแหวกว่ายในน้ำ ตาปลาสามารถเกิดกับคนทุกเพศ ทุกวัยและทุกเชื้อชาติแต่ส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ ตาปลาไม่ใช่โรคแทรกซ้อนแต่อย่างไร แต่ถ้าหากผู้ที่เป็นโรคเบาหวานเกิดเป็นขึ้นมาแล้วต้องรีบรักษาเพราะมันอาจจะทำให้เป็นแผลอักเสบรุนแรงได้

อาการเริ่มแรกของคนที่เป็นตาปลา

  • ผิวหนังมีตุ่มหนาและแข็ง เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บ
  • ผิวหนังที่เป็นตาปลานั้นจะมีลักษณะแห้ง เป็นขุย สีผิวจะคล้ายกับขี้ผึง บางครั้งตาปลานั้นอาจจะมีลักษณะเป็นตุ่มหนาๆ มีสีเหลืองล้อมรอบตรงกลางมีสีเทาและผิวค่อนข้างแข็ง
  • ส่วนใหญ่ตาปลาที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหากจะเจ็บปวดก็คงจะเกิดจากการกดทับอย่างเช่น เวลาใส่รองเท้า เป็นต้น
  • ตาปลาส่วนใหญ่มักเกินที่บริเวณข้างเท้า หรือบนเท้า และที่เห็นส่วนใหญ่มักจจะเกิดขึ้นที่นิ้วเท้าหรือระหว่างนิ้วเท้านั้นเอง

การรักษาตาปลาด้วยตนเอง

  • เปลี่ยนรองเท้าที่ใส่ประจำวันไม่ให้หลวมหรือคับแน่นจนเกินไปเพื่อลดแรงบีบรัดและกดทับ เวลาใส่รองเท้าคุณอาจจะใส่ถุงเท้าเข้าไปเพื่อลดแรงเสียดสีก็ได้
  • แช่เท้าลงในน้ำอุ่นที่มีอุณภูมิที่พอเหมาะไม่ร้อนจนเกินไปประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ตาปลานั้นนิ่มลง หลังจากนั้นใช้หินหรือตะไบค่อยๆ ขัดเบาๆ หลังจากนั้นทาครีมบำรุงผิว ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนกว่าตาปลาจะหายไป
  • ใช้กระเทียมฝานเป็นชิ้นหนาๆ มาถูที่ตาปลาเพื่อให้ตาปลานิ่มลง หรืออาจจะใช้วิธีสับให้ละเอียดแล้วนำมาวางบนตาปลาแล้วใช้พลาสเตอร์ปิดทับไว้ทุกคืนเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • ใช้เบกกิ้งโซดาประมาณ 2-3 ช้อนโต้ะผสมน้ำมะนาวและน้ำเล็กน้อยทำเป็นเนื้อครีมและทาไปทีตาปลาหลังจากนั้นปิดทับด้วยพลาสเตอร์ไว้1คืน พอเช้าให้แกะออกแช่เท้าในน้ำอุ่นแล้วขัดเบาๆ ด้วยหินหรือตะไบ

About the Author

admin

1 Comment

  1. admin

    เชื่อได้เลยว่าหลายคนต้องเคยเป็นตาปลา ซึ่งมันถือเป็นโรคที่อาจจะดูไม่ร้ายแรงก็จริงแต่ว่ามันจะเป็นที่ดึงดูตาสายผู้อื่นอย่างแน่นอน Ligaz88 ซึ่งมันก็ไม่ดีเอาซะเลยแต่บทความนี้จะช่วยให้เราและคนในครอบครัวห่างไกลโรคตาปลา อย่านิ่งนอนใจถึงโรคนี้จะไม่ร้ายแรงแต่ถ้าเป็นแล้วมันก็ไม่ได้น่ามองซักเท่าไหร่ กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ

Comments are closed.